xxx-xxxxx-xxxxx admin@wlg-aichi.net

News

Elderly-care

การดูแลผู้สูงอายุระหว่างต่างประเทศกับภายในประเทศ แตกต่างกันอย่างไร

เมื่อโลกของเราเริ่มเข้าสู่ยุคสังคมผู้สูงอายุ ก็มีความแตกต่างข้อหนึ่งซึ่งสามารถเห็นได้อย่างชัดเจนสุดๆ ก็คือ เรื่องการดูแลผู้สูงอายุในแต่ละประเทศก็จะมีความแตกต่างกันออกไป ตามวัฒนธรรมและความเชื่อ โดยสิ่งเหล่านี้ก็ปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้การดูแลผู้สูงอายุระหว่างประเทศไทยกับต่างประเทศ มีความแตกต่างกันอยู่ในระดับหนึ่ง มาทำความเข้าใจในความแตกต่างของการดูแลผู้สูงอายุระหว่างในไทยกับต่างประเทศกันเถอะ โดยสิ่งแรกที่มีความสำคัญ และต้องทำความเข้าใจเป็นอันดับแรก นั่นก็คือเรื่องวัฒนธรรม สำหรับประชาชนชาวไทยเป็นชนชาติที่อาศัยอยู่ร่วมกันแบบครอบครัวใหญ่มาอย่างยาวนาน อันเป็นศูนย์รวมความรู้สึกของครอบครัวที่ไล่เรียงลำดับความเคารพนับถือตามอายุ เท่ากับว่าคนอายุน้อยกว่าจะต้องให้ความเคารพคนอายุมากกว่า โดยวัฒนธรรมตรงจุดนี้จึงส่งผลมาในเรื่องของการดูแลผู้สูงอายุด้วย โดยคนไทยจำนวนมากคิดว่าการให้ผู้สูงอายุดูแลตนเองหรือส่งไปยังบ้านพักคนชรา เป็นเรื่องไม่ดีงามเสียเท่าไหร่นัก จึงทำให้บ้านพักคนชราหรือธุรกิจคนชรา ไม่ค่อยได้รับความสนใจในสังคมไทยเท่าไหร่นัก เพราะคนไทยส่วนใหญ่มองว่าสิ่งเหล่านี้ เป็นสิ่งที่ลูกหลานจำเป็นต้องปฏิบัติแก่ผู้สูงอายุในครอบครัวด้วยตัวเอง นับเป็นค่านิยมอีกประเภทหนึ่งที่ถูกปลูกฝังหยั่งรากลึกมาอย่างยาวนาน หากแต่ความจริงที่หลายๆ คนต้องตระหนักก็คือ อนาคตอันใกล้นี้ประเทศของเรากำลังจะกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุเต็มตัว ก็จำต้องมีการปรับเปลี่ยนแนวความคิดนี้เพื่อให้ทันต่อความเป็นไปของสังคม แต่สำหรับในต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น ยุโรปหรือสหรัฐฯ มีวัฒนธรรมแตกต่างจากประเทศไทยอยู่มาก นั่นก็คือเรื่องของการอยู่เป็นครอบครัวใหญ่ไม่ค่อยมีความผูกพันอย่างลึกซึ้งเท่าคนไทย ทำให้คนสูงอายุส่วนใหญ่มีรู้สึกว่าต้องพึ่งตัวเองเป็นหลัก ต้องมีความเข้มแข็งทั้งทางร่างกายและจิตใจ นอกจากนี้การไปอยู่บ้านพักคนชราของต่างประเทศ พวกเขาก็ไม่ได้มองว่าเป็นการโดนทอดทิ้ง หากแต่เป็นเรื่องปกติธรรมดาสามัญ และนั่นจึงทำให้ธุรกิจบ้านพักคนชรารวมทั้งธุรกิจอันเกี่ยวกับผู้สูงอายุในต่างประเทศกลายเป็นมีการแข่งขันสูงมาก และสิ่งเหล่านี้ก็กลายมาเป็นปัจจัยอันมาจากแนวความคิดแตกต่างกัน สรุปแล้ว ด้วยวัฒนธรรมแตกต่างกัน จึงส่งผลให้การดูแลผู้สูงอายุในประเทศไทย ยังถูกมองว่าเป็นเรื่องของคนในครอบครัวเป็นหลัก แต่ในขณะที่ต่างประเทศพวกเขากลับมองว่าผู้สูงอายุ ก็เป็นคนอีกวัยหนึ่งที่สามารถได้รับการดูแลปกติจากคนทั่วไปได้ เพราะพวกเขาไม่ได้นำความคาดหวังเหล่านั้นไปฝากไว้กับลูกหลานเพียงอย่างเดียว เนื่องจากแต่ล่ะคนก็มีหน้าที่ของตัวเองอันแตกต่างกัน นี่จึงกลายมาเป็นความแตกต่างในการดูแลผู้สูงอายุของคนไทยกับต่างประเทศ

Eating-habits

อาหารการกินของผู้สูงวัยต้องระวังอะไรบ้าง

การดูแลผู้สูงอายุนั้น เราจะต้องเอาใจใส่ในทุกเรื่องเลย เพราะทุกเรื่องมีผลต่อการดำเนินชีวิตของผู้สูงอายุทั้งสิ้น โดยเฉพาะเรื่องของอาหารการกินหากไม่ใส่ใจนอกจากจะทำให้ได้สารอาหารไม่ครบแล้ว อาหารบางอย่างอาจจะทำให้เกิดโรค หรือไปกระตุ้นความผิดปกติของร่ายกายให้แสดงผลออกมาเร็วขึ้นด้วย มาดูกันว่าอาหารการกินของผู้สูงวัยควรระวังเรื่องอะไรบ้าง โปรตีน จากปลาดีที่สุด เมื่อร่างกายเข้าสู่วัยชรา ทำให้ร่างกายเสื่อมถอยลงไปตามกาลเวลา นั่นทำให้เราต้องหมั่นเติมสารอาหารเข้าไปเพื่อทดแทน โปรตีนสำหรับผู้สูงวัยนั้น ควรเป็นโปรตีนจากเนื้อปลาจะดีที่สุด เนื่องจากว่าเนื้อปลามีคุณสมบัติด้านการย่อยง่ายอยู่แล้ว ส่วนเนื้อประเภทอื่นก็ทานได้ แต่ไม่ควรมากเกินไปเพราะอาจจะได้รับไขมันมากเกินไปเป็นของแถมด้วย ส่วนไข่หากเป็นไข่ขาวก็ทานได้ แต่ไข่แดงแนะนำว่าไม่ควรมากกว่าสัปดาห์ละ 2-3 ฟอง แป้ง รับได้แต่ให้น้อยที่สุด คาร์โบไฮเดรต แม้ว่าจะมีความสำคัญด้านการให้พลังงานเพื่อทำกิจกรรมต่างๆ แต่ทางกลับกันหากรับประทานมากเกินไป แล้วย่อยไม่ทัน มันก็จะกลายเป็นน้ำตาลสะสมในร่างกายด้วย ดังนั้นการเตรียมอาหารประเภทแป้ง ควรลดปริมาณให้น้อยลงเพื่อลดน้ำตาลลงให้น้อย แต่ให้ไปกินแป้งจากธัญพืชเต็มเมล็ด หรือ พวกขัดสีน้อยอย่างข้าวกล้องจะดีกว่า อย่างหลังนี้นอกจากได้แป้งน้อยแล้วยังได้ใยอาหารช่วยเรื่องการขับถ่ายด้วย ไขมัน เลี่ยงได้เลี่ยงเลย ด้านไขมัน อันนี้บอกเลยว่าเลี่ยงได้เลี่ยงเลย แม้ว่าไขมันจะให้พลังงานสูงก็ตามแต่การรับประมาณไขมันไม่ว่าจะเป็นไขมันจากเนื้อสัตว์ หรือ ไขมันจากของทอดสารพัดอย่าง เพราะว่าไขมันเหล่านี้จะทำให้ร่างกายไปสะสมจนกลายเป็นความผิดปกติได้อย่างเช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ เป็นต้น แต่หากจะรับประทานจริงก็ทานพอหายอยากก็ได้ ผัก ผลไม้ ต้องทานทุกมื้อ ด้านตรงข้ามกับไขมัน นั่นก็คือ […]

The-elderly-excreted

เราจะดูแลผู้สูงอายุด้านขับถ่ายอย่างไรได้บ้าง

การดูแลผู้สูงอายุนั้น บอกเลยว่าไม่ง่ายนัก เนื่องจากว่าผู้สูงอายุจะต้องเรียนรู้การปรับตัวเองให้เข้ากับอายุและวัยของตัวเอง บางอย่างอาจจะเคยเป็นเรื่องง่ายแต่ตอนนี้ไม่แล้ว ยกตัวอย่างเช่น เรื่องการขับถ่าย เราเองในฐานะลูกหลานจะดูแลผู้สูงอายุในด้านการขับถ่ายได้อย่างไรบ้าง จัดที่พักให้ใกล้กับห้องน้ำ ผู้สูงอายุส่วนใหญ่มักจะมีอาการคล้ายกันคือ เข้าห้องน้ำบ่อยถึงบ่อยมาก ดังนั้นอย่างแรกเลย เราควรจัดที่พักให้ใกล้กับห้องน้ำไว้ก่อน เนื่องจากจะทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกว่าไปเองได้ไม่ยาก บางคนให้คนสูงอายุไปพักชั้นบนแล้วห้องน้ำอยู่ด้านล่าง อันนี้ไม่ควร เนื่องจากอาจจะตกบันไดระหว่างไปเข้าห้องน้ำก็ได้ อีกอย่างหนึ่งอาจจะวางกระโถนไว้ใต้เตียงเพื่อให้ท่านใช้แทนการไปเข้าห้องน้ำตอนดึกก็ได้ ความปลอดภัย ห้องน้ำ หรือ พื้นที่สำหรับขับถ่ายนั้น ถือว่าเป็นจุดเสี่ยงอย่างมากในการเกิดอุบัติเหตุ เนื่องจากจะต้องเกี่ยวข้องกับน้ำ สบู่ ซึ่งอาจจะทำให้ผู้สูงวัยล้มได้ บางท่านล้มตอนกลางดึกเนื่องจากเกรงใจลูกหลานไม่อยากปลุกจนเกิดเรื่องเศร้ามาแล้ว ดังนั้นการดูแลพื้นที่สำหรับขับถ่ายน้ำจะต้องเน้นความปลอดภัยเป็นหลัก แสงสว่างส่องทั่วถึง มองเห็นได้ชัด รวมถึงลูกหลานเองต้องดูแลพื้นที่ไม่ให้ลื่น ทำให้แห้งไว้ก่อน ควบคุมการกินอาหาร น้ำ อาการท้องผูก เป็นอีกหนึ่งอาการใกล้ตัวของผู้สูงอายุ แม้ว่าจะเป็นอาการทั่วไปแต่สำหรับผู้สูงวัยแล้วจะประมาทไม่ได้เลย เพื่อให้การขับถ่ายเป็นปกติ เราควรดูแลผู้สูงอายุในเรื่องอาหารการกินด้วย ควรจัดอาหารให้มีสายใยอาหารเพื่อให้การขับถ่ายสะดวกขึ้น รวมถึงควรใช้ขวดน้ำที่บ่งบอกปริมาณน้ำในขวดด้วย เพื่อตรวจสอบว่าท่านดื่มน้ำในปริมาณเหมาะสมหรือไม่ อย่าลืมว่าน้ำนอกจากจะมอบความชุ่มชื้นแล้วยังมีผลต่อการขับถ่ายด้วย การใช้ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ คนสูงวัยหลายท่านเวลาจะต้องใส่ผ้าอ้อมสำหรับผู้ใหญ่มักจะอิดออดอยู่เสมอ เนื่องจากมองว่ามันน่ารำคาญใส่แล้วเป็นภาระมากกว่า (ดูเหมือนเด็กพูดง่ายๆ) แต่จริงๆ แล้วไม่เลย การใส่ผ้าอ้อมผู้ใหญ่เป็นเรื่องปกติมาก ดังนั้นลูกหลานต้องพาท่านใส่ผ้าอ้อมผู้ใหญ่บ้างจะช่วยให้การออกไปข้างนอกเพื่อทำกิจกรรม […]